การวางทุ่นผูกเรือในแนวปะการัง
แนวปะการังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหลบภัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด เช่น กุ้ง ห้อย ปู ปลา และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ รวมทั้งเป็นที่สำหรับวางไข่และเลี้ยงตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายชนิดที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นอาหารของมนุษย์ ที่สำคัญแนวปะการังยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม สามารถดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ทำได้ไห้กับประชาชนในท้องถิ่นและประเทศในปีหนึ่ง ๆ หลายหมื่นล้านบาท แต่การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดผลกระทบตามมาทำให้แนวปะการังถูกทำลาย ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ การดำน้ำดูปะการัง การเดินเหยียบย่ำบนปะการัง การเก็บและซื้อหาปะการังมาเป็นของที่ระลึก กิจกรรมการท่องเที่ยวแบบการดำน้ำเดินดูปะการังใต้ทะเล (Sea walker) มีส่วนที่ทำให้แนวปะการังถูกทำลาย นอกจากนี้การทิ้งสมอในแนวปะการังจากเรือที่นำนักท่องเที่ยวไปดูปะการัง และเรือประมงทำให้ปะการังแตกหักเสียหายเป็นจำนวนมาก การวางทุ่นเรือในแนวปะการังเป็นวิธีหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการัง เป็นการป้องกันมิให้แนวปะการังถูกทำลายโดยการทิ้งสมอเรือได้ดีวิธีหนึ่ง
  • รูปแบบการวางทุ่นผูกเรือในและนอกแนวปะการัง
    การวางทุ่นผูกเรือในแนวปะการังมีหลายรูปแบบ ที่มีความมุ่งหมายคลายกันคือเป็นที่ให้เรือขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่จำเป็นต้องเข้ามาในแนวปะการังได้ผูกเรือแทนการทิ้งสมอ การวางทุ่นที่จะกล่าวต่อไปเป็นรูปแบบของโครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36 ที่ดำเนินการมาตั้งแต่พุทธศักราช 2535
    ในการปฏิบัติวางทุ่นผูกเรือในและนอกแนวปะการัง โดยใช้ทุ่นไฟเบอร์กลาศกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 75 เซนติเมตร มีกำลังลอยและน้ำหนักเบาสามารถเคลื่อนย้ายโดยบุคคลได้สะดวก วางไว้ ณ จุดที่ได้ทำการสำรวจว่ามีเรือท่องเที่ยวมาจอด โดยสำรวจพื้นที่เหนือและใต้ท้องทะเล ลักษณะแนวปะการัง ความลึก ความลาดชันของชายฝั่ง และทำแผนที่เดินเรือโดยกรมอุทกศาสตร์ หาฐานธรรมชาติหรือฐานที่สร้างจากแท่งคอนกรีตขนาด 1 ลูกบาดต์เมตร กำหนดจุดที่แน่นอนในการว่างทุ่นผูกเรือ โดยเครื่องมือหาตำแหน่ง GPS (Global Positioning System) ทำแผนที่ย่อขนาดกว้างยาวเท่ากับกระดาษ A4 มอบให้ชุดวางทุ่นนำไปวางให้ใช้ประโยชน์ทั้งปี เฝ้าตรวจและประเมินผลทุกเดือน ซ่อมแซมและว่างทุ่นใหม่เมื่อจำเป็น สำรวจและวางทุ่นใหม่ประจำปีก่อนเปิดอุทยานแห่งชาติหรือก่อนการใช้ประโยชน์ทุ่นนั้น ๆ
  • การจัดองค์กร หน่วยวางทุ่นประกอบด้วย
      • ฝ่ายบริหารคือศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36 เป็นผู้วางแผน ประสานการปฏิบัติ ควบคุม กำกับ ดูแล การปฏิบัติทั้งมวล
      • ฝ่ายปฏิติประกอบด้วย บุคลากรจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือายุทธการ และอาสาสมัคร ซึ่งทุกคนสามารถดำน้ำด้วยเครื่องหายใจวงจรเปิดได้ โครงการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือในการวางทุ่น เช่น อุปกรณ์ดำน้ำครบชุด เรือยางและเครื่องติดท้าย กองเรือภาค 3 กองเรือยุทธการจัดหาพาหนะเดินทาง คือเรือยกพลขนาดใหญ่ และเรือเฝ้าตรวจลำเลียงผู้ประสบอุบัติเหตุเข้าฝั่ง เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง (ปัจจุบัน ศูนย์อนุรักษ์ฯได้จัดหาเรือวางทุ่น คือ เรือจุฬาภรณ์ 48)
      • อุปกรณ์วางทุ่น ประกอบด้วย

        + ทุ่นไฟเบอร์กลาส ขนาด 75 เซนติเมตร ในอดีตมีหลายสี ปัจจบันสีแสดคาดน้ำเงินมีตรากองทัพเรือ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่สนับสนุนตามภาระกิจ
        + ทุ่นเหล็กทรงกระบอกสีแสด ขนาด 1.25 เมตร สีแสด มีอักษรย่อ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหมายเลขทุ่น
        + ฐานทุ่นแบบธรรมชาติ เลือกกองหินหรือปะการังที่แข็งแรงแล้วใช้เชือกโอบหรือลอดเพื่อยึดทุ่นไว้
        + ฐานทุ่นประดิษฐ์ สร้างขึ้นจากคอนกรีตที่ใขนาดหนึ่งลูกบาสก์เมตร ซีเมนต์มีห้วงเหล็กปราศจากสนิมสำหรับร้อยเชือก น้ำหนักไม่เกิน 2 ตัน หากน้ำหนักเกินจำนวนนี้จะเป็นอุปสรรคในการยกขึ้นลงเรือ
        + เชือกและท่อพลาสติก สำหรับผูกให้ติดกับฐานทุ่น ท่อพลาสติดสำหรับร้อยเชือกป้องกันการเสียดสีจากสิ่งที่เชือกรัด
      • การปฏิบัติการวางทุ่นในและนอกแนวปะการัง
        การจัดชุดวางทุ่นประกอบด้วยหัวหน้าชุดวางทุ่น ประกอบด้วยกำลังพล 3 นาย และเรือยางเครื่องติดท้าย 1 ลำ หัวหน้าชุดรับผิดชอบวางทุ่นทั่วไป และกำหนดจุดวางทุ่นเมื่อวางทุ่นเรียบร้อยร้อยหาตำบลที่ทุ่นและบันทึกลงแผนที่เดินเรือในแนวปะการังจำลอง ผู้ช่วยหัวหน้าชุดวางชุ่นและพลขับเรือยาง
        ชุดวางทุ่นประกอบด้วยกำลังพล 6-8 นายและเรือยางเครื่องติดท้าย อุปกรณ์วางทุ่นตามความจำเป็น ดำเนินการวางทุ่นตามจุดที่หัวหน้าชุดกำหนด ส่วนการวางทุ่นนอกแนวปะการัง ต้องใช้ฐานทุ่นประดิษฐ์และใช้โซ่ยึดติดกับฐานจึงจำเป็นต้องใช้เรือวางทุ่น
  • การปฏิบัติการในอดีต โครงการได้วางทุ่นในแนวปะการังสูงสุดในปีงบประมาณ 2544 โดยได้รับงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน 3 ล้านบาท วางทุ่นได้ประมาณ 300 ทุ่น และนอกแนวปะการัวอีก 16 ทุ่น ในบริเวณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เกาะบอน เกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เกาะราชาน้อย เกาะราชาใหญ่ เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

    :คู่มือการฝึกอบรมหลักสูตรนักดำน้ำอนุรักษ์ใต้ทะเล โดย หน่วยส่งครามพิเศษทางเรือ